forget-me-not

ผมนึกไม่ออกเลยว่าวันนี้จะเขียนอะไรดี เพราะขี้เกียจจัด แต่ต้องต้องจำใจเข้ามาเขียน
เพื่อบันทึกเรื่องราวในแต่ละวันของผม วันนี้ วันอาสาฬหบูชา ผมไปเวียนเทียนมาด้วยแหล่ะ
ในรอบปีก็ว่าได้ เพราะผมแทบไม่ได้เข้าวัดเลย วันนี้ได้ไปเวียนเทียน ทำให้จิตใจผม รู้สึก
ดีขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ

ตอนนี้ผมขี้เกียจพิมพ์มากอ่ะ เพราะผมเริ่มง่วงแล้ว ง่วงจริงๆ ก็ตี 3 กว่าแล้วนี้ นั่งปล้ำกะเจ้า
เว็บขายของๆ amazon นั่นล่ะนั่งงมอยู่ตั้งนาน มันก็ไม่เป็นผมสำเสร็จ จนผมเริ่มขี้เกียจ
เอาวะไม่ได้ก็ช่าง?.. เซงละ เอ..วันนี้ผมจะเขียนอะไรดีน้า

forget-me-not ละกันนะ ที่มาที่ไปก็คือ ผมเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านนิยายนะ แต่ว่าชอบ
พวกที่เป็นกลอนหรือไม่ก็เรื่องสั้นๆ ที่ไม่ยาวมาก เนื้อหาดีๆ ถ้ามันโดนกับชีวิตผมๆ ก็จะซื้อเก็บ
ไอ้ที่เป็น นิยาย วรรณกรรม เล่มหนาเตอะ เล่มเดียวมันยังไม่จบด้วย ผมไม่เอาแน่ ไม่มีเวลา
อ่านขนาดนั้นอ่ะ มันมีอยู่เล่มนึง ผมชอบมาก อ่านแล้วโดนมากๆ อยากให้คนที่ผมรักได้อ่านมั่ง
ก็เลยซื้อเก็บ ผมก็ให้เธออ่าน ผมบอกเธอว่า ถ้าวันนึงเราไม่ได้รักกันแล้ว หรือว่าต่างคนต่าง
เจอคนที่ดีกว่า เหมาะสมกว่า ให้เธอเก็บหนังสือนี้ไว้ ตอนไหนที่เธอเหงาหรือไม่มีใคร
ให้หยิบเล่มนี้ขึ้นมาอ่านนะ แล้วนึกถึงบ้าง ผมยังคงรักและคิดถึงเธอเสมอ แม้จะผ่านไปสัก
10 ปี 20 ปี ความรู้สึกของผมก็จะไม่เปลี่ยนไป นั่นเป็นคำพูดของผมในตอนนั้น และทุกวันนี้
ความรู้สึกของผมก็ยังเหมือนเดิม ผมไม่อยากให้เธอลืมผม เวลาที่เธอลำบาก ท้อแท้สิ้นหวัง
หมดกำลังใจ ให้เธอนึกถึงผมนะ เธอจะอยู่ในใจของผมเสมอ ก่อนที่ผมกับเธอจะยุติความสำพันธ์
ณ ตอนนั้น ผมบอกกับเธอว่า ?forget-me-not?

และนั่นคือที่มา ดอก forget-me-not รู้จักไหม ผมชอบตรงที่ได้อ่านตำนานของมันแล้ว
ผมซึ้งดูภายนอกแล้วดอกมันอาจจะไม่ได้สวยอะไร หลายคนคงไม่ชอบ ลองอ่านดูตำนาน
ที่มาของดอกไม้เมืองหนาว ดอก Forget-me-not ที่คุณ สังวรณ์ ไกรฤกษ์ เรียบเรียงไว้
ผมได้อ่านแล้วประทับใจมาก อาจเป็นเพราะว่าตอนนั้นผมเศร้าด้วยแหล่ะ
คุณ สังวรณ์ ไกรฤกษ์ เรียบเรียงไว้เป็นบทร้อยแก้วดังนี้

ดอก Forget-me-not นั้นออกดอกในฤดูร้อน
ดอกเล็กกระจุ๋มกระจิ๋มสีฟ้าสด ตรงกลางดอกเป็น
สีเหลือง และออกดอกเป็นช่อๆ

ณ ริมฝั่งท้องธารละหานหนึ่ง ร่มเย็นซึ้งธรรมชาติประสาทให้
มีเนินหญ้า พุ่มไม้ ดอกและใบ ล้วนสีสันสดใสเพลินนัยตา
สายลมโชยโบยบัดมารวยรื่น ระลอกคลื่นระริกไล่ให้หรรษา
นกส่งเสียงเริงรื่นชื่นอุรา สายธาราไหลเชี่ยวเป็นเกลียวแรง

มีสาวงามหนุ่มหล่อนั่งคลอเคล้า หน้าสาวเจ้าซบแนบแอบอกแกร่ง
ในอ้อมกอดด้วยแขนอันแข็งแรง ต่างแสดงรักรื่นชื่นหทัย
หนุ่มออดอ้อนด้วยวาจาอันเปี่ยมรัก ด้วยจิตใจผูกสมัครเสน่หา
เป็นถ้อยคำซาบซึ้งจากวิญญา เป็นวาจาหวานซึ้งตรึงฤทัย

?แม่ยอดรักดวงจิตชีวิตพี่ พี่แสนรักดวงฤดีนี่ไฉน
จะขอรัก-รักเจ้านะทรามวัย แม้ชีวิตหาไม่รักนิรันดร์
ทั้งชาตินี้ ชาติหน้า และชาติไหน ขอเป็นคู่ร่วมใจแม่จอมขวัญ
จะครองรักสดชื่นทุกคืนวัน ใช่เสกสรรปั้นกล่าวนะแก้วตา?

แม่สาวน้อยแสนปลื้มในคำรัก ช่างเพราะนักจิตสวาทเสน่หา
โลกทั้งโลกเรืองรองเหลือคณา สว่างจ้าประจักษ์แจ้งแก่โฉมตรู
? โอพี่ขา ยอดจิต ชีวิตน้อง ช่างเพราะพร้องน้ำคำฉ่ำชื่นหู
อันถ้อยคำของพี่ที่พร่างพรู ประจักษ์รู้รักแท้แน่แก่ใจ
น้องจะรัก-รักพี่ไม่มีห่าง ไม่จืดจางจวบชีวิตจะหาไม่
จะภักดีต่อพี่ยอดดวงใจ จะเทอดทูนรักไว้สุดชีวัน?
สองหนุ่มสาวพลอดพร่ำด้วยคำหวาน แสนชื่นบานในรักสลักมั่น
เชื่อว่ารักจักชื่นทุกคืนวัน ไม่มีวันแปรเปลี่ยนเป็นอื่นใด
หาคิดไม่ว่าทุกสิ่งนั้นไม่เที่ยง ไม่สามารถหลีกเลี่ยงกรรมใดได้
คิดว่ารักจักเที่ยงตลอดไป เหมือนเสพย์สุขอยู่ในสุขาวดี

ทันใดนั้นสาวเจ้าแลชม้อย เห็นดอกไม้ช่อน้อยๆงามสุดสี
ช่อสีฟ้ากระจิดหริดน่ารักดี ใกล้นทีเดียรดาษลาดต่ำลง
เธอเอื้อนเอ่ยอยากได้ดอกไม้นั้น แต่เกินฝันเพราะอยู่ไกล ใจใหลหลง
พ่อหนุ่มว่า ? ยอดชีวาอย่าพะวง พี่จะลงเก็บให้ในพริบตา
ไม่ว่าสิ่งใดใดในโลกนี้ ถ้าน้องพี่มุ่งมาดปรารถนา
จะไขว่คว้าหาให้นะแก้วตา เว้นดาวเดือนบนฟ้านั้นจนใจ?

ประทับจูบบนแก้มของสาวรัก ไม่ช้าชักไต่ลงริมฝั่งใหญ่
โน้มเก็บดอกสีฟ้าให้ยาใจ เอื้อมเท่าไรไม่ถึงจึงหยุดพลัน
เอามือหนึ่งยึดหญ้ากระจุกใหญ่ เท้านั้นไซร้เหยียบหินกระชับมั่น
เอื้อมแขนเก็บดอกไม้ได้ฉับพลัน จะให้ยอดชีวันผู้ขวัญใจ
แต่บัดดลฟ่อนหญ้าที่ยึดอยู่ เกิดล่วงพรูหลุดจากดินแปลกไฉน
เท้าเหยียบหินเสียหลักพลาดทันใด ร่วงตกไปในน้ำกระแสแรง
เป็นตอนน้ำลึก วน และเชี่ยวกราก ฉุดกระชากชีพมนุษย์แม้แข็งแกร่ง
ม้วนลงใต้วังวนที่ฤทธิ์แรง มองคล้ายแกล้งดำหายในนที
เห็นร่างโผล่ ชูมือ ถือดอกไม้ ปากร่ำให้ ?น้องจ๋า-อย่าลืม-พี่?
แล้วจมหายลับไปในทันที สิ้นชีวีทั้งรักสลักใจ

สาวเจ้าร่ำไห้ใจจะขาด โอ้อนาถรักข้ามาสูญได้
อยู่หลัดๆพลัดพรากจากกันไป ไม่น่าเป็นไปได้อนิจจา!
คำฝากรักยังก้องอยู่ในหู พ่อยอดชู้ ยอดจิต ชีวิตข้า
แสนสงสารน้ำคำพร่ำพรรณา ไม่คิดสักนิดว่าจะพรากกัน
เห็นแต่มือชูช่อไม้อยู่ไหว ไหว ปากพร่ำวอน ขอให้ อย่า-ลืม-ฉัน
น้องจะลืมพี่ได้อย่างไรกัน ใจสลักรักมั่น แสนอาดูร
เธอล้มลงครวญคร่ำในพงหญ้า ยอดชีวามาร้างร่างดับสูญ
ละห้อยไห้ฟูมฟายเทวศน์พูน โลกดับสูญด้วยสิ้นสมปฤดี

ตำนานว่าต่อมาดอกไม้นั้น เลยมีชื่อเรียกกันทุกถิ่นที่
ว่า ?Forget-me-not? เข้าเรื่องดี ?อย่า-ลืม-พี่? ดั่งคำที่อำลา
ตำนาน ?Forget me-not? ดังเล่านี้ หลักฐานไม่มีให้ค้นหา
แต่เนื้อความตามเรื่องที่เป็นมา ก็ฟังว่าน่าจะใช่ตำนานจริง
แต่จะจริงหรือไม่จริงแปลกไฉน? อ่านเล่นๆด้วยใจสงบนิ่ง
จะรู้สึกเพลิดเพลินได้จริงๆ นึกเห็นภาพทุกสิ่งดั่งบรรยาย

อ่านฉบับเต็มได้ที่ http://www.vichaiyut.co.th/jul/28_02-2547/28_02-2547_P67-68.pdf

หนังสือเล่มนั้นที่ผมเคยซื้อให้เธอ ตอนนี้ไม่รู้ว่าเธอยังเก็บไว้อยู่หรือเปล่าน้า
ไม่แน่ว่า บางทีเธออาจจะทิ้งไปแล้วก็ได้ เฮ้อ?เศร้า ชื่อหนังสือเล่มนั้นก็คือ
เท่าที่ผมจำได้ชื่อปกว่า ?ดีใจที่มีเธอ? ตอนนี้คงหาซื้อไม่ได้แล้ว
ผมพยายามหาตามร้านหนังสือทั่วไปก็ไม่มีขายเพราะเขาเลิกผลิตไปแล้ว
วันนึงผมไปเดิน BigC มีโซนขายหนังสือสอง ผมเห็นชื่อเรื่องแล้วผมดีใจมาก
ไม่นึกว่าจะเจอ ผมก็สอบมาเลย แต่ตอนนี้ยังไม่ได้อ่าน ไม่มีเวลาเลย

ง่วงมากนอนก่อน..

This entry was posted in สัพเพเหระ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.